วิสัยทัศน์
ร่วมอนุรักษ์ผืนป่า สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติที่ผลิตอย่างรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนวนชัยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
วนชัย ในความหมายของ “ชัยชนะที่รักษาป่า” คือบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ในการประกอบธุรกิจของ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปี ของการเป็นผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้การดำเนินงานที่ยึดมั่นในธรรมาภิบาลที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า เป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมมุ่งดำรงรักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไป
ร่วมอนุรักษ์ผืนป่า สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติที่ผลิตอย่างรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนวนชัยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำและวิถีชีวิตที่ยั่งยืน
สะท้อนค่านิยมองค์กรผ่าน CHAI
CHAI ไม่ได้มีความหมายแค่ชัยชนะ แต่คือการรักษาคุณค่าด้วยปรัชญาและวิถีชีวิตแบบยั่งยืน ซึ่งถูกกำหนดเป็นค่านิยมที่ทุกคนในองค์กรร่วมกันยึดถือและปฏิบัติ
ลูกค้าคือหัวใจสำคัญ เรามุ่งให้บริการลูกค้าอย่างโปร่งใส สร้างความพึงพอใจ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ลูกค้าในระยะยาวอย่างยั่งยืน นำไปสู่การให้การสนับสนุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง และแนะนำต่อ
การบูรณาการความยั่งยืนและการจัดการความเสี่ยงในทุกแง่มุมของการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจถึงแนวทางแบบองค์รวมสำหรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนด ความโปร่งใส และความยืดหยุ่นในระยะยาว
มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน ตั้งแต่คุณภาพผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการบริการลูกค้า โดยผสานรวมการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนเข้ากับแนวทางปฏิบัติงานของทุกสายงาน ด้วยทีมงานที่แข็งแกร่ง ภายใต้กฎระเบียบและมาตรฐานระดับสูง
ด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์และการลงทุนในเทคโนโลยี ภายใต้แนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมนวัตกรรมที่มีกรอบคิดในการวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบครอบคลุม ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในผลิตภัณฑ์ การผลิต การจัดจำหน่าย และบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ร่วมสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนยิ่งสำหรับคนรุ่นต่อไป
กว่า 80 ปี บนเส้นทางแห่งชัยชนะ
ในปี 2486 ขณะที่ประเทศไทยยังคงใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการพัฒนาเศรษฐกิจ โรงเลื่อยจักรขนาดเล็กแห่งหนึ่งได้ก่อร่างขึ้นบริเวณใจกลางถนนราชประสงค์ เพื่อประกอบกิจการผลิตไม้เนื้อแข็งแปรรูป โดยมีนายสมพร สหวัฒน์ เป็นผู้ก่อตั้ง และพัฒนาจนก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติของทวีปเอเชีย ภายในระยะเวลาเพียง 20 ปี เบื้องหลังธุรกิจที่เรียบง่าย คือวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล
ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ดำเนินการผลิตแผ่นเอ็มดีเอฟและแผ่นผิวประตูลูกฟัก
ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ดำเนินการผลิตแผ่นเอ็มดีเอฟ แผ่นปาร์ติเกิ้ล แผ่นเอ็มดีเอฟปิดผิว แผ่นปาร์ติเกิ้ลปิดผิว และแผ่นไม้พื้นสำเร็จรูป
ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ดำเนินการผลิตกาวยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์ เพื่อจำหน่ายให้แก่บริษัทในกลุ่ม
ตั้งอยู่ที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการผลิตแผ่นเอ็มดีเอฟ แผ่นปาร์ติเกิ้ล แผ่นเกล็ดไม้อัดเรียงชิ้น (OSB) แผ่นเอ็มดีเอฟปิดผิว แผ่นปาร์ติเกิ้ลปิดผิว และยังมีโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท วนชัย เอ็นเนอร์ยี่ อินดัสทรี่ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่โรงงานสุราษฎร์ธานี
(Medium Density Fibreboard)
1,290,000
ลูกบาศก์เมตร/ปี
(PB)
690,000
ลูกบาศก์เมตร/ปี
3.6 ล้าน
แผ่น/ปี
10.4 ล้าน
ตารางเมตร/ปี
(OSB)
210,000
ลูกบาศก์เมตร/ปี
“การเติบโตทางธุรกิจ” ต้องไปพร้อมกับ “คุณค่าทางธรรมชาติ”
ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติของประเทศไทย วนชัย กรุ๊ป ตระหนักว่า ความจริงใจที่มีต่อลูกค้าและความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควบคู่กับการรักษาป่าและการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ ย่อมเป็นรากฐานของความมั่นคงทางธุรกิจและความไว้วางใจของสังคม จึงมุ่งลดการใช้ไม้จากป่าธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งไม้ที่บริหารจัดการอย่างยั่งยืนและเศษไม้ในชุมชน ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
ด้วยความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากแนวคิด “ใช้แล้วหมดไป” ไปสู่ “ใช้ให้คุ้มและหมุนเวียนกลับ” ตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งในมิติของวัตถุดิบ น้ำ พลังงาน ของเสีย ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศรอบพื้นที่ปฏิบัติการ ทุกหน่วยทรัพยากรที่นำมาใช้ในการผลิตจึงได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ ช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ รวมทั้งลดแรงกดดันต่อป่าไม้ แหล่งน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของธุรกิจในระยะยาว
การเป็นลูกค้าของวนชัย กรุ๊ป จึงไม่ใช่เพียงแค่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการได้ร่วมกันพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนและสมดุล
การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติของประเทศไทย พร้อมกับการเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ คือข้อพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่า วนชัย กรุ๊ป มิได้มุ่งเน้นต่อการพัฒนาศักยภาพในการผลิตและการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติเสมอมา
ภายใต้ความสำเร็จในวันนี้ บุคลากรคือหัวใจสำคัญ ด้วยยึดมั่นว่าการลงทุนใน “คน” คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว โดยเฉพาะในบริบทอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี ความคาดหวังของลูกค้า และเป้าหมายด้านความยั่งยืน วนชัย กรุ๊ป จึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานทุกคน “เติบโตได้จริง” รู้สึกมีคุณค่า ได้รับการสนับสนุน และมีโอกาสพัฒนาตนเองถึงศักยภาพสูงสุด ครอบคลุมทั้งทักษะวิชาชีพ ทักษะดิจิทัล นวัตกรรม และทักษะผู้นำ เพื่อให้บุคลากรพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมให้มีโอกาสก้าวหน้าในสายงานอย่างต่อเนื่อง และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน วนชัย กรุ๊ป มีการกระจายผลิตภัณฑ์ไปในตลาดต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นความเป็นเลิศด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่คุณภาพของวัตถุดิบไปจนถึงการทดสอบคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีคุณสมบัติตอบโจทย์ทุกความต้องการ
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญต่อการบริการที่ดี ทั้งในการส่งมอบสินค้าที่ตรงต่อเวลาและการให้บริการหลังการขาย การนำข้อเสนอและความคิดเห็นของลูกค้ามาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งจัดให้มีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการนำไปใช้งานให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ ผู้นำเข้าเพื่ออุตสาหกรรมผลิตเฟอร์นิเจอร์ การก่อสร้าง และการออกแบบตกแต่ง
วนชัย กรุ๊ป มีนโยบายการขายตรง เน้นการขายให้ลูกค้าที่เป็นโรงงานผู้ผลิตเพื่อการส่งออก และผ่านตัวแทนจำหน่าย สำหรับลูกค้าทั่วไปจะเน้นการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย เช่น ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างประเภทไม้
“ความรับผิดชอบต่อลูกค้า” ไม่ใช่เพียงการส่งมอบสินค้า แต่คือการส่งมอบความปลอดภัย ความโปร่งใส และความมั่นใจผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาด้วยความรับผิดชอบ วนชัย กรุ๊ป จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากเสียงตอบรับจากลูกค้า เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวบนฐานของคุณภาพที่พิสูจน์ได้และความไว้วางใจที่ยั่งยืน ผ่าน 3 แกนหลัก
พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้ลดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การควบคุมการปล่อยสารระเหยและฟอร์มัลดีไฮด์ (VOCs/Formaldehyde Emission) และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 วนชัย กรุ๊ป ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม “Non VOC” สำหรับไม้พื้น (Flooring) และ OSB เพื่อตอบโจทย์ความปลอดภัยด้านอากาศภายในอาคาร โดยมุ่งสู่ความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ในระดับสากล และได้เปิดตัว Hybrid Laminate Flooring ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยมีความสามารถในการทนต่อน้ำได้ถึง 72 ชั่วโมง ช่วยลดความเสี่ยงการเสื่อมสภาพและยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ในบริบทที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความทนทานและสุขอนามัยภายในบ้านมากขึ้น
ด้วยคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง ตรวจสอบย้อนกลับได้ ครอบคลุมข้อมูลคุณลักษณะสำคัญด้านคุณภาพและความปลอดภัย แนวทางการใช้งานและการดูแลรักษา รวมถึงการให้ความรู้ให้ผู้บริโภคเข้าใจผลกระทบของวัสดุต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร และเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ทำให้สามารถตัดสินใจอย่างมีข้อมูล และมั่นใจในแหล่งที่มาและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์
วนชัย กรุ๊ป ยึดหลัก “เสียงลูกค้าคือข้อมูลเพื่อการพัฒนา” ผ่านการสำรวจความพึงพอใจเป็นประจำ พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะจากช่องทางบริการ การจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ และการนำผลลัพธ์ไปสู่การปรับปรุงจริงในด้านคุณภาพสินค้า การบริการ และประสบการณ์ลูกค้า พร้อมสื่อสารคุณค่าการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบและแนวทางการบริโภคที่ยั่งยืน
วนชัย กรุ๊ป ประกาศการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบเป้าหมาย “From Forest Roots to the Net Zero Future” — เพื่อสะท้อนรากฐานของธุรกิจที่เติบโตจากการยึดมั่นเรื่อง “การรักษาป่าและสิ่งแวดล้อม” ควบคู่กับความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 (พ.ศ. 2050)
โดยในปี 2568 มีการกำหนดนโยบาย แผนงานและเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทั้งองค์กรมีเป้าหมายและทิศทางเดียวกันในการมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล มีการลงทุนในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พลังงานหมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความหวังว่า ในอนาคต คนรุ่นต่อไปจะมีป่าไม้มากขึ้น